วันเสาร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2553

การทำช็อกโกแลต

การทำช็อกโกแลต ฟองดอง
ชุ่มฉ่ำกับช็อกโกแลต ฟองดอง ร้อนๆ
ที่ไหลเยิ้มราวกับสายธารลาวาแห่งช็อกโกแลต



วิธีทำ Center Ganache

+ ตั้งหม้อสำหรับหลนส่วนผสมในน้ำอุ่นปานกลาง, ใส่เนยลงไปในหม้อหลนแล้วคนให้ละลาย จากนั้นจึงใส่ ดาร์ก ช็อกโกแลต แล้วคนต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งส่วนผสมเหลวเข้ากัน
+ ยกขึ้นจากน้ำอุ่นเทใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้แล้วนำไปแช่เย็นประมาณ 15-20 นาที 
วิธีทำ Sponge Mix+ เตรียมเครื่องสำหรับตีสปอง จากนั้นจึงตอกไข่ไก่ทั้งไข่ขาวและไข่แดงลงไป 4 ฟอง อีก 4 ฟองที่เหลือให้แยกเฉพาะไข่แดงใส่น้ำตาลทราย แล้วตีให้เข้ากันด้วยความเร็วปานกลางจนส่วนผสมเนียนฟู
+ หลน ดาร์ก ช็อกโกแลต และเนยละลายเหมือนกับส่วนผสม Center Ganache
+ เมื่อ ดาร์ก ช็อกโกแลต เหลวเข้ากันแล้วจึงนำไปผสมกับสปอง ที่เตรียมไว้ใส่แป้งเค้กสำเร็จรูปลงไป, ตีส่วนผสมต่อไปเรื่อยๆ ด้วยความเร็วปานกลางจนกระทั่งเนื้อสปองเนียนนุ่ม
+ เตรียมพิมพ์สำหรับฟองดองด้วยการวางกระดาษไขไว้ด้านล่างและรอบๆ
+ ค่อยๆ เทสปองลงไปในพิมพ์ครึ่งหนึ่ง
+ จากนั้นจึงแกะ Center Ganache ออกจากพิมพ์ที่แช่เย็นไว้แล้วใส่ลงไปกลาง
+ ช็อกโกแลต ฟองดอง เทสปองทับอีกครั้ง นำไปอบที่อุณหภูมิ 180 องศา ประมาณ 8-10 นาที
+ เมื่อช็อกโกแลต ฟองดอง ได้ที่แล้วจึงนำออกจากเตาอบแกะพิมพ์และกระดาษไขให้เรียบร้อย เสิร์ฟร้อนๆ พร้อมไอศกรีมวานิลลาและสตรอเบอร์รี่ซอสเข้มข้น


ส่วนประกอบ Center Ganacheเนยละลาย  200 กรัม
ดาร์ก ช็อกโกแลต 200 กรัม
พิมพ์สำหรับช็อกโกแลต
ส่วนประกอบ Sponge Mixเนยละลาย 180 กรัม
น้ำตาลทราย 150 กรัม
แป้งเค้กสำเร็จรูป 125 กรัม
ดาร์ก ช็อกโกแลต 100 กรัม
ผงโกโก้ 25 กรัม
ไข่ไก่ 4 ฟอง
ไข่แดง 4 ลูก
พิมพ์สำหรับทำฟองดอง, กระดาษไข


หัวใจสำคัญสำหรับการทำ ช็อกโกแลต ฟองดอง นั่นก็คือการใช้ ดาร์ก ช็อกโกแลต เป็นส่วนผสม ซึ่งจำเป็นต้องใช้ช็อกโกแลตสำหรับทำขนมที่มีสัดส่วนของ โกโก้ แมส ไม่น้อยกว่า 60% และใช้ โกโก้ บัตเตอร์ เป็นส่วนประกอบ ไม่ใช่

การทำไอศครีม

ไอศครีม” ไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัยก็ยังเป็นของโปรดของเด็ก ๆ รวมถึงผู้ใหญ่หลาย ๆ คน ซึ่งต่อให้เป็นช่วงฤดูหนาว แต่ด้วยรสชาติหอมหวาน อร่อยชื่นใจ ไอศครีมก็ยังขายได้ขายดี โดยไอศครีมนั้นก็มีมากมายหลายชนิด รวมถึง “ไอศครีมผลไม้” ที่ไม่มีส่วนผสมของนม ไข่ ไขมันจากสัตว์ ซึ่งเป็นทางเลือกของผู้ที่ชอบทานไอศครีม แต่ห่วงสุขภาพ-ทรวดทรง

วันนี้ทีมงาน “ช่องทางทำกิน” มีข้อมูลไอศครีมผลไม้มาฝากกัน....เมื่อเร็ว ๆ นี้ทีมงาน “ช่องทางทำกิน” ร่วมเดินทางไปกับคณะของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ไปที่ จ.เชียงใหม่ เพื่อไปดูความสำเร็จของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่

น้อย-ดารา วงศ์วรรณ อายุ 42 ปี เจ้าของร้านมิสซิสไอซี่ (MRS.ICY) ที่ผลิตและขาย “ไอศครีมผลไม้ไขมันต่ำ” ซึ่งมีกว่า 43 รสชาติ โดยส่วนใหญ่จะใช้ผลไม้ในท้องถิ่น และสมุนไพรต่าง ๆ ก็เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่ทีมงานได้ไปพบ

คุณน้อยเล่าว่า เรียนจบปริญญาตรีสาขาบัญชีจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก็เข้าทำงานในบริษัทแห่งหนึ่ง แต่ก็ได้เรียนรู้ที่จะนำผลไม้ต่าง ๆ มาแปรรูปด้วย เพราะทางบ้านนั้นมีสวนผลไม้อยู่

ในตอนแรกก็ทำเป็นแยม โดยทำเป็นงานอดิเรกไว้รับประทานในหมู่ญาติและเพื่อน ๆ ต่อมาจึงทำขายด้วย ทำเป็นน้ำผลไม้ออกขายเพิ่มเติมจากแยม ซึ่งก็ได้ผลตอบรับเป็นอย่างดี โดยผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่จะไม่มีการใส่สารกันบูด สารปรุงแต่ง

ทั้งแยมผลไม้และน้ำผลไม้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เพื่อน ๆ ก็เลยเชียร์ให้ทำ “ไอศครีมผลไม้” ด้วย ซึ่งตอนแรกก็ไม่อยากทำเพราะไม่มีความรู้เรื่องไอศครีมเลย แต่ด้วยแรงเชียร์ก็เริ่มที่จะศึกษาด้วยตัวเอง โดยมีแนวความคิดว่าจะต้องทำเป็น “ไอศครีมเพื่อสุขภาพ” ไอศครีมที่ทำจะต้องไม่มีส่วนผสมของนม ไข่ ไขมันจากสัตว์ ไม่ใส่สารปรุงแต่ง สารกันบูด และจะต้องไม่หวานมาก

ทดลองทำ พัฒนาอยู่ประมาณ 1 ปี ก็ได้สูตรไอศครีมผลไม้ไขมันต่ำ ซึ่งในการทำระยะแรก ๆ นั้นมีอยู่ 20 รสชาติ นำทั้งผลไม้ท้องถิ่นมาทำ ไม่ว่าจะเป็น เสาวรส, มะเกี๋ยง, มะนาว, สตรอเบอรี่, มะม่วง, กระเจี๊ยบ ฯลฯ รวมถึงใช้พืชสมุนไพร ไม่ว่าจะเป็น ขิง, ตะไคร้, สะระแหน่, งาดำ ฯลฯ มาพัฒนาดัดแปลงทำเป็นรสชาติไอศครีม จนเดี๋ยวนี่รสชาติไอศครีมของร้านมิสซิสไอซี่มีกว่า 43 รสชาติ

คุณน้อยบอกอีกว่า อุปกรณ์ที่จำเป็นต้องมีในการทำไอศครีมขายหลัก ๆ ก็ได้แก่ เครื่องปั่นไอศครีม ที่เหลือก็จะเป็นอุปกรณ์ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นหม้อ เครื่องตวง เตาแก๊ส ทัพพี ฯลฯ
สำหรับเครื่องปั่นไอศครีมนั้น ถ้าเป็นราคาเครื่องที่สั่งทำพิเศษของร้านมิสซิสไอซี่ ราคาอยู่ที่เครื่องละ 200,000 บาท แต่ถ้าเป็นเครื่องเล็ก ๆ ที่มีขายอยู่แล้ว เครื่องละ 6,000 บาทก็พอใช้ได้แล้ว สำหรับผู้ที่เริ่มลงทุนใหม่ ส่วนวัตถุดิบที่ต้องใช้ก็มีผลไม้ต่าง ๆ พืชสมุนไพร น้ำสะอาด น้ำตาล และไขมันจากพืช (น้ำมันมะกอก)

ขั้นตอนการทำไอศครีม คุณน้อยแจกแจงว่า เริ่มจากการนำผลไม้หรือพืชสมุนไพรที่ต้องการจะทำไอศครีมรสชาตินั้น ๆ มาทำการแปรรูป ผ่านกรรมวิธีเพื่อที่จะได้ออกมาในรูปของน้ำ

ใช้น้ำผลไม้หรือน้ำสมุนไพรที่ได้ประมาณ 80% ผสมน้ำสะอาดประมาณ 5% แล้วทำการต้มเพื่อเป็นการฆ่าเชื้อโรค ระหว่างต้มก็ใส่เนื้อของผลไม้นั้น ๆ ประมาณ 14% ใส่ไขมันจากพืชคือน้ำมันมะกอก 1% และน้ำตาลเล็กน้อย ผสมลง ไปต้มแค่พอเดือด จากนั้นก็ยกลงพักไว้ผลไม้ที่นำมาทำไอศครีมควรใช้ผลไม้ที่มีความแก่จัด เวลาทำออกมาจะได้รสชาติ และกลิ่นของผลไม้นั้น ๆ อย่างเต็มที่

ขั้นตอนต่อไป หลังจากน้ำผลไม้หรือน้ำสมุนไพรที่ผ่านการต้มฆ่าเชื้อโรคเย็นสนิทแล้ว ก็นำไปปั่นในเครื่องปั่นไอศครีม ใช้เวลาปั่นประมาณ 15-20 นาที สังเกตดูพอเนื้อเนียนก็ใช้ได้

หลังจากปั่นจนได้ที่ก็ทำการเทจัดเก็บไว้ในกล่องที่เตรียมไว้ จากนั้นก็นำไปทำกรรมวิธีต่อไป คือการบ่ม ซึ่งการบ่มก็คือการนำไปแช่เก็บไว้เพื่อเป็นการทำให้เนื้อไอศครีมได้เซทตัว ใช้เวลาบ่มประมาณ 6 ชั่วโมงก็จะใช้ได้

ไอศครีมผลไม้ไขมันต่ำที่ไม่มีการใส่สารกันบูดนี้ สามารถเก็บรักษาไว้ได้นานประมาณ 1 ปี แต่ต้องอยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสม คือ -18 องศาเซลเซียส

การขาย “ไอศครีมผลไม้ไขมันต่ำ” ของร้านมิสซิสไอซี่ คุณน้อยบอกว่า มีทั้งขายเป็นแพ็ก ๆ ละ 3 กก. ราคา 240 บาท/กก. หรือแพ็กละ 720 บาท และขายแบบเป็นถ้วย ๆ ละ 20 บาท

ในส่วนของต้นทุนต่าง ๆ รวมทั้งหมด คุณน้อยบอกว่า จะอยู่ที่ไม่เกิน 85%

ร้าน “ไอศครีมผลไม้ไขมันต่ำ” มิสซิสไอซี่ ของคุณน้อย อยู่ที่ 119/50 หมู่ 5 ถนนมหิดล ต.หนองหอย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ใครสนใจจะสั่งไอศครีม ซึ่งก็มีราคาขายส่งให้นำไปขายต่อด้วย ก็ติดต่อได้ที่ โทร. 0-1884-2300

การทำไอศครีม

สูตรการทำขนมเค้ก


แป้งเค้กร่อนแล้ว 2 1/3 ถ้วยตวง

ผงฟู 2 1/2 ช้อนชา



เกลือ 1/2 ช้อนชา


เนยสด 3/4 ถ้วยตวง

น้ำตาลทรายป่น 1 3/4 ถ้วยตวง

ไข่ไก่ 3 ฟอง

นมสด 1 ถ้วยตวง

วานิลลา 2 ช้อนชา

เชอร์รี่สีเขียว แดง หั่นชิ้นเล็ก ( หรือจะเป็นผลไม้ชนิดอื่นก็ได้นะคะ ) 1/2 ถ้วยตวง
แยมสำหรับแต่งหน้า ( ถ้าจะให้ดีก็ต้องเลิกให้เข้ากับรสชาติผลไม้ที่เพื่อนๆเลือกนะคะ )
วิธีทำ 1. ผสมแป้ง ผงฟู เกลือ เข้าด้วยกัน แล้วร่อน 3 ครั้ง

2. คนเนยให้ขึ้นฟู ค่อยๆ ใส่น้ำตาลทีละน้อยจนน้ำตาลหมด ใส่ไข่ทีละฟองคนจนเข้ากันดี แล้วใส่อีก ฟองหนึ่งทำเช่นนี้จนหมด

3. ใส่แป้งที่ร่อนไว้ สลับกับนมสดให้เข้ากัน ใส่เชอร์รี่เขียว แดง วานิลลา คนพอเข้ากัน
4. เทใส่พิมพ์ที่รองด้วยถ้วยกระดาษนำเข้าเตาอบไฟ 350 องศาฟาเรนไฮต์ นานประมาณ 25-30 นาที พอเหลืองนำออกจากเตาทิ้งไว้ให้เย็นสนิท ทาหน้าด้วยแยมส้ม แต่งด้วยลูกเชอร์รี่ให้สวEงาม


วันพุธที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2553

ฟาร์มจระเข้สมุทรปราการ

                                                                                                                                               ฟาร์จระเข้ตั้งอยู่ถนนท้ายบ้าน ตำบลท้ายบ้าน ห่างจากตัวเมืองประมาณ 3 กิโลเมตร หรือสามารถเข้าทางถนนสุขุมวิท (สายเก่า) เทศบาลบางปูซอย 46 ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2493 ปัจจุบันเป็นฟาร์มจระเข้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก  ภายในเป็นสถานเพาะเลี้ยงจระเข้ขนาดต่าง ๆ กว่า 60,000 ตัว มีการแสดงโชว์จระเข้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00–16.00 น. ทุก ๆ 1 ชั่วโมง (พักเที่ยง) วันหยุดเพิ่มรอบ 12.00 น.และ 17.00 น.  นอกจากนี้ยังมีการแสดงของช้างแสนรู้ ซึ่งเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นอันมาก โดยมีการแสดงทุก 1 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่เวลา 09.30 -16.30 น. ทุกวัน นอกจากการเลี้ยงจระเข้แล้ว ภายในฟาร์มยังมีสัตว์อื่น ๆ อีก เช่น เสือ ลิงชิมแปนซี  ชะนี เต่า งู  นก อูฐ ฮิปโปโปเตมัส กวาง และปลาจำนวนมาก  นอกจากนี้ยังสามารถเข้าชม พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ ได้จัดแสดงกระดูกและหุ่นจำลองไดโนเสาร์ พร้อมการฉายสไลด์มัลติวิชั่น เรื่องของมนุษย์และสัตว์ดึกดำบรรพ์ด้วย
าร์ม จระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการแห่งนี้เปิดให้เข้าชม  ทุกวันตั้งแต่เวลา 07.00-18.00 น. ค่าบัตรผ่านประตู ผู้ใหญ่คนละ 60 บาท เด็ก 30 บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ คนละ 300 บาท   เด็ก 200 บาท การเข้าชมเป็นหมู่คณะหรือสถาบันการศึกษาที่ต้องการวิทยากร ควรมีหนังสือติดต่อล่วงหน้าไปที่ ฟาร์มจระเข้ และสวนสัตว์สมุทรปราการ เลขที่ 555 ถนนท้ายบ้าน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ 10280 หรือ โทร. 0 2703 4891, 0 2703 5144-8
การเดินทาง
นอก จากรถส่วนตัวแล้ว สามารถใช้บริการรถเมล์ปรับอากาศ ขสมก. สาย 536 ฟาร์มจระเข้-อนุสาวรีย์ชัย หรือสาย 507, 508 และ 511 หรือรถเมล์ธรรมดาสาย 25 และ 102 ไปยังจังหวัดสมุทรปราการ  แล้วต่อรถสองแถวปากน้ำ – ฟาร์มจระเข้ ที่ป้ายหลักเมือง หรือจะขึ้นรถตุ๊ก ๆ ในราคา 40 บาท



Read more: http://www.paknam.com/thai/crocodile-farm.html#ixzz0zayFDBpQ